คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
คำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
ที่ ๘/๒๕๖๐
เรื่อง "อาจารพระภิกษุสามเณรและการบริหารวัดในเขตปกครอง"
ออกโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดพิชยญาติการาม) เจ้าคณะใหญ่หนกลางในขณะนั้น เพื่อกวดขันพฤติกรรมและอาจารวัตรของพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หยุดยั้งการประพฤติตนไปในทางมอมเมาประชาชน และจัดระเบียบการบริหารวัดให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ดีงาม
บริบทและความสำคัญของคำสั่ง
ในยุคที่กระแสสังคมและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พุทธพาณิชย์และการโฆษณาอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพิ่มมากขึ้น คณะสงฆ์หนกลางจึงได้ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นเพื่อจัดระเบียบและกำชับพระสังฆาธิการในสังกัดให้ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้ลุ่มหลงไปตามกระแสวัตถุนิยม
พิทักษ์พระธรรมวินัย
รักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา ไม่ให้พระภิกษุสามเณรประพฤติตนออกนอกทาง
ปกป้องประชาชน
สกัดกั้นการโฆษณาที่มอมเมา ชวนเชื่อ และแสวงหาลาภสักการะที่ไม่สมควร (อเนสนา)
ฟื้นฟูศรัทธา
สร้างความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนด้วยการบริหารจัดการวัดที่สะอาด สงบ และเปิดเผย
สรุปคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง
คลิกเลือกข้อที่ต้องการอ่านเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึก
ข้อ 1: การจัดระเบียบศาสนสมบัติและพื้นที่วัด
ให้พระสังฆาธิการสอดส่องดูแลวัดในเขตปกครอง ให้มีความระเบียบเรียบร้อย สะอาด สว่าง สงบ และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำบุญกุศลของประชาชน
ข้อ 2: การควบคุมที่พักอาศัยภายในวัด
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือคฤหัสถ์เข้ามาพักอาศัยในวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส และกวดขันไม่ให้วัดเป็นสถานที่แอบแฝงของสิ่งผิดกฎหมาย
ข้อ 3: กิริยามารยาทและการใช้สื่อโซเชียล
ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรไม่ให้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแสดงพฤติกรรมที่ไม่สำรวม การอวดอ้างอภินิหาร
ข้อ 4: การเข้มงวดในพระธรรมวินัย
ให้พระสังฆาธิการกวดขันพระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติตนไม่เคร่งครัด มิให้กระทำการอันเสื่อมเสียต่อศรัทธาของประชาชนและพระศาสนา
ข้อ 5: ควบคุมพุทธพาณิชย์ & วัตถุมงคล
ห้ามขึ้นป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกจิอาจารย์ รื้อถอนป้ายทันที และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
ข้อ 6: บริหารการเงินและนิตยภัต
กำชับให้มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ ๕: การจำกัดและควบคุม พุทธพาณิชย์
จุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดระเบียบศาสนสถานและการปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ
1. ห้ามติดป้ายโฆษณาพิธีปลุกเสก
ห้ามจัดทำและติดป้ายโฆษณาประกาศในที่ต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง โดยบรรดาเกจิอาจารย์
2. ห้ามอวดอ้างชวนเชื่อ
ห้ามโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของเกจิอาจารย์ เนื่องจากเป็นการมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีพุทธ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ (อเนสนา)
3. คำสั่งให้รื้อถอนทันที
ให้ระงับการจัดทำป้ายเหล่านั้นทันที หากพบว่ามีวัดใดดำเนินการทำขึ้นมาแล้ว ให้ดำเนินการปลดหรือรื้อถอนออกเสียให้เรียบร้อย
4. ห้ามขายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสังฆกรรม เจริญจิตตภาวนา ห้ามใช้พื้นที่ภายในอุโบสถเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด
"การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณวัตถุมงคลเข้าข่ายมอมเมาประชาชน ไม่ใช่วิถีของชาวพุทธและสมณะ และส่อไปในทางหาลาภสักการะที่ไม่ชอบ"
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
คำสั่งฉบับนี้กำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบของพระสังฆาธิการผู้ปกครองในแต่ละระดับ:
โทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
พระสังฆาธิการรูปใด (เช่น เจ้าอาวาส, เจ้าคณะตำบล, เจ้าคณะอำเภอ) ที่ย่อหย่อน ไม่สอดส่อง ดูแล กวดขัน หรือปล่อยปละละเลยให้พระภิกษุสามเณรในเขตปกครองมีพฤติกรรมฝ่าฝืนคำสั่ง จะต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ
การประสานขอกำลังอารักขาจากฝ่ายบ้านเมือง
หากพระสังฆาธิการพยายามบังคับใช้คำสั่งแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือพบการขัดขืน สามารถประสานขอกำลังสนับสนุนหรือการอารักขาจากส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้















































